ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ สวนพฤกษศาสตร์ โครงการในพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนศรีรัตนวิทยา อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ
หน้าแรก ข้อมูลพืช เขตศึกษาพันธุ์ไม้ กิจกรรมพิเศษ ติดต่อเรา


101 ธรรมรักษา
ชื่อพันธุ์ไม้ ธรรมรักษา
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-101/3
        ธรรมรักษา เป็นไม้ล้มลุก สูง 1.5 เมตร มีลำต้นใต้ดินแบบเหง้า โดยหน่อใหม่จะแตกตาบนส่วนของเหง้าเดิมขนานกับผิวดิน ลำต้นเทียม วางซ้อนสลับไปมา ใบเรียงตัวอยู่บนลำต้นเทียมแบบสลับตรงกันข้าม ในระนาบเดียวกัน แต่ละใบประกอบด้วยส่วนของก้านใบ และแผ่นใบ ใบ การเรียงตัวของใบ จะเรียงสลับตรงกันข้ามในระนาบเดียวกัน มีทั้งใบที่คล้ายกล้วย คือมีก้านใบยาว และอยู่ในแนวตั้ง, ใบ มีก้านใบสั้น และใบอยู่ในแนวนอน และใบมีก้านใบสั้น หรือยาวไม่มากนัก และใบทุกมุมป้านกับลำต้น ผล ผลเฮลิโคเนียมีลักษณะคล้ายผลท้อ มีเปลือกแข็งหุ้ม เนื้อนุ่ม มีเมล็ด 1-3 เมล็ด ดอก เป็นช่อดอกตั้ง มีกลีบดอกหนา และสีสดใส มีกาบรองดอก 4-8 อัน สีเหลืองถึงสีทอง แกนช่อดอกสีเหลือง บริเวณโคนของแกนช่อดอกแต่ละอันจะมีสีแดงเล็กน้อย ดอกสีเหลืองทองปลายกลีบดอกเคลือบสีเขียวเล็กน้อย
        ประโยชน์ของธรรมรักษา เป็นไม้ตัดดอก ไม้กระถาง ตกแต่งสวน เป็นไม้มงคล แก้เลือดออกตามไรฟัน




102 ฟ้าทะลายโจร
ชื่อพันธุ์ไม้ ฟ้าทะลายโจร
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-102
        ฟ้าทะลายโจร เป็นไม้ล้มลุก สูง 0.6 เมตร เรือนยอดโปร่ง ลำต้นกลมขนาดเล็ก ทุกส่วนมีรสขม กิ่งเป็นใบสี่เหลี่ยม ใบ เป็นใบเดี่ยว แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอก เป็นดอกช่อออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกย่อย กลีบดอกสีขาว โคนกลีบติดกัน ปลายแยก 2 ปาก ปากบนมี 3 กลีบ มีเส้นสีม่วงแดงพาดอยู่ ปากล่างมี 2 กลีบ ผล เป็นฝัก เมื่อแก่เป็นสีน้ำตาล แตกได้ ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก
        ประโยชน์ของฟ้าทะลายโจร ทั้งต้น แก้ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ระงับอาการอักเสบ พวกไอ เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิล หลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ รักษาโรคผิวหนังฝี แก้ติดเชื้อ




103 เทียนทอง
ชื่อพันธุ์ไม้ เทียนทอง
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-103/1
        เทียนทอง เป็นไม้พุ่ม สูง 1.8 เมตร เรือนยอดทรงพุ่มกลม ทึบ ลำต้นแตกกิ่งก้านจำนวนมาก ทรงพุ่มแน่นทึบ เปลือกสีน้ำตาลอ่อน เปลือกสีน้ำตาลอ่อน ใบ เป็น ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรีถึงรูปไข่ กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ยาว 1.5-2 เซนติเมตร ใบออกเป็นคู่ตรงกันข้าม มีสีเหลือง ดอก เป็นดอกช่อ ออกดอกเป็นช่อ ยอดกิ่ง ดอกมีลักษณะเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ สีม่วงชมพู ออกเป็นช่อเเบบช่อกระจะที่ปลายกิ่ง โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย ปลายแยกเป็น 5 แฉก ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 1.5 เซนติเมตร
        ประโยชน์ของเทียนทอง ปลูกเป็นไม้ประดับ หรือปลูกทำรั้ว




104 มะม่วงแก้ว
ชื่อพันธุ์ไม้ มะม่วงแก้ว
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-104/2
        มะม่วงแก้ว เป็นไม้ต้น สูง 12 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทรงกลมหนาแน่น ลำต้นเหนือดินตั้งตรง ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเวียนสลับเยอะบริเวณปลายกิ่ง ใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายใบ โคนใบมน เนื้อใบค่อนข้างหนาแข็ง ผิวใบเรียบเป็นมัน สีเขียวสด หลังใบเป็นสีเขียวหม่น ขนาดใบจะใหญ่กว่าใบมะม่วงอกร่องพันธุ์ ดอก เป็นดอกช่อออกเป็นเชิงลด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก เป็นสีเหลืองอ่อนหรือสีเหลืองนวล มีกลิ่นหอม ออกตามปลายกิ่ง ผล รูปรีมีขนาดใหญ่กว่ามะม่วงอกร่องชนิดอื่น ผลดิบรสเปรี้ยวจัดฉ่ำน้ำ เมื่อผลสุกเป็นสีเหลืองทองทั้งเปลือกนอกและเนื้อในดูเหลืองงาม
        ประโยชน์ของมะม่วงแก้ว มะม่วงแก้ว เป็นไม้ต้น สูง 12 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทรงกลมหนาแน่น ลำต้นเหนือดินตั้งตรง ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเวียนสลับเยอะบริเวณปลายกิ่ง ใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายใบ โคนใบมน เนื้อใบค่อนข้างหนาแข็ง ผิวใบเรียบเป็นมัน สีเขียวสด หลังใบเป็นสีเขียวหม่น ขนาดใบจะใหญ่กว่าใบมะม่วงอกร่องพันธุ์ ดอก เป็นดอกช่อออกเป็นเชิงลด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก เป็นสีเหลืองอ่อนหรือสีเหลืองนวล มีกลิ่นหอม ออกตามปลายกิ่ง ผล รูปรีมีขนาดใหญ่กว่ามะม่วงอกร่องชนิดอื่น ผลดิบรสเปรี้ยวจัดฉ่ำน้ำ เมื่อผลสุกเป็นสีเหลืองทองทั้งเปลือกนอกและเนื้อในดูเหลืองงาม




105 มะม่วงกะล่อน
ชื่อพันธุ์ไม้ มะม่วงกะล่อน
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-105
        มะม่วงกะล่อน เป็นไม้ต้น สูง 20 เมตร เรือนยอดทรงพุ่มกลมหนาทึบ ลำต้นตรง แตกกิ่งก้านสาขา เปลือกสีน้ำตาลปนเทา เรียบหรือแตกเป็นร่องเล็กๆ ไปตามยาวลำต้น ใบ เป็นใบเดี่ยวรูปขอบขนาน ขนาดใบกว้าง 3.5-8 เซนติเมตร ยาว 14.5-22 เซนติเมตร โคนใบมนแคบๆ ปลายใบเรียวหรือเป็นติ่งสั้นๆ เนื้อใบหนาเกลี้ยงเป็นมัน เส้นแขนงใบมี 15-22 คู่ เส้นโค้งและมักเชื่อมต่อกันตอนใกล้ๆ ขอบใบ เส้นร่างแหละเอียดและเห็นชัดทั้งสองด้าน ก้านใบเป็นร่องทางด้านบน โคนก้านบวม ดอกช่อสีขาวแกมเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อตามปลายกิ่งและง่ามใบ แต่ละช่อยาวประมาณ 25 เซนติเมตร ตามก้านช่อมีขนสากทั่วไป กลีบรองกลีบและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ โคนกลีบดอกมีเส้นกลีบ 3 เส้น เกสรตัวผู้มี 5 อัน ไม่มีเกสรตัวผู้ปลอม เกสรตัวผู้มีขนาดสั้นยาวไม่เท่ากัน ผล รูปมนหรือป้อม ผลแก่สีเหลืองแกมเขียว ขนาดกว้าง 3-4.5 เซนติเมตร ยาว 4-7 เซนติเมตร เนื้อเยื่อบางๆ เมล็ดใหญ่
        ประโยชน์ของมะม่วงกะล่อน ดอกและผล ใช้รับประทานเป็นอาหาร




106 มะม่วงอกร่อง
ชื่อพันธุ์ไม้ มะม่วงอกร่อง
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-106
        มะม่วงอกร่อง เป็นไม้ต้น สูง 10 เมตร เรือนยอดทรงพุ่มโปร่ง ลำต้นมีผิวเปลือกสีน้ำตาล ขรุขระ เห็นร่องเปลือกชัดเจน แตกกิ่งก้านมาก ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกวนรอบๆกิ่ง ใบเรียวยาว ปลายใบแหลม ใบอ่อนมีสีแดง ใบแก่สีเขียวจัด ผิวสัมผัสเรียบลื่นไม่มีขน ดอก เป็นดอกช่อ ประกอบรูปฉัตร สีเหลืองนวล บานจากโคนช่อไปปลายช่อ มีกลิ่นหอม เมื่อร่วงหล่นจะมีผลเล็กๆ อยู่ภายใน ดอกออกช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ผลเป็นผลเดี่ยว 1 ผล ค่อนข้างเรียวยาว มีสีทองตั้งแต่เป็นผลแก่ เนื้อแน่นละเอียด ผลสุกรสหวานจัด มีกลิ่นหอม ภายในมีเมล็ด 1 เมล็ด
        ประโยชน์ของมะม่วงอกร่อง ผลสดแก่ รับประทานแก้คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียน กระหายน้ำ ใบสด 15–30 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ท้องอืดแน่น เอาน้ำต้มล้างบาดแผลภายนอกได้ เปลือกต้น ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ไข้ตัวร้อน




107 โป๊ยเซียน
ชื่อพันธุ์ไม้ โป๊ยเซียน
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-107/2
        โป๊ยเซียน เป็นไม้พุ่ม สูง 0.8 เมตร ลำต้นอวบน้ำที่มียางและหนามบริเวณลำต้น ทรงต้นเป็นทรงพุ่มสีของลำต้นมีสีเทาอมน้ำตาลถึงเทาอมดำ มีหนามรอบลำต้น ใบ ส่วนใหญ่พื้นใบเป็นสีเขียวถึงเขียวอมเทา ใบรูปไข่ปลายใบมน ดอก ออกเป็นกลุ่ม และมักมีจำนวนคู่ แต่ละดอกมีกลีบแบนอยู่ตรงข้ามกัน 1 กลีบ แต่ละกลีบรูปร่างคล้ายไต ปกติดอกกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร มีสีแดง ชมพู มีเกสรตัวผู้และรังไข่อยู่ตรงกลางดอก น้ำยางสีขาวข้น ผล มีสีขาว มีลักษณะเป็นพูเล็กๆ 3 พู แต่ละพูจะมีเมล็ดอยู่หนึ่งเมล็ด เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล
        ประโยชน์ของโป๊ยเซียน เป็นไม้ดอกไม้ประดับประเภทปลูกในกระถาง เป็นต้นไม้เสี่ยงทาย




108 ฝรั่ง
ชื่อพันธุ์ไม้ ฝรั่ง
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-108/1
        ฝรั่ง เป็นไม้ต้น สูง 3 เมตร ผิวเปลือกต้นเรียบเกลี้ยง มีน้ำตาล-เขียว กิ่งอ่อนเป็นสี่เหลี่ยม ใบ เป็นใบเดี่ยว หนา หยาบ ใต้ท้องใบเป็นริ้ว เห็นเส้นใบชัดเจน ขนขึ้นนวลบาง ใบยาวประมาณ 10 เซนติเมตร กว้างประมาณ 6 เซนติเมตร ดอก เป็นดอกช่อ ช่อหนึ่งมีดอกย่อย 3 - 5 ดอก ดอกเล็ก สีขาวอมเขียวอ่อน กลีบเลี้ยงแข็ง ผล รูปทรงกลม รูปไข่ หรือรูปรี ผิว เกลี้ยง สีเขียว เนื้อในขาว รสหวาน กรอบ ผลสุกสีเหลือง- เขียว มีเมล็ดเล็กๆ แข็งอยู่ภายใน
        ประโยชน์ของฝรั่ง เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผล ผลอ่อน แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน ระงับกลิ่นปาก แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน (ลักปิดลักเปิด) บำรุงเหงือกและฟัน ผลสุก รับประทานเป็นยาระบาย ราก แก้น้ำเหลืองเสีย เป็นฝี แผลพุพอง แก้เลือดกำเดาไหล




109 กล้วยตานี
ชื่อพันธุ์ไม้ กล้วยตานี
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-109/3
        กล้วยตานี เป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นเหนือดินสูง 4.5 เมตร มีลำต้นใต้ดิน(เหง้า) เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 เซนติเมตร สีเขียวมีปื้นดำ กาบลำต้นด้านในสีเขียวอ่อน ใบ หนาใหญ่ เหี่ยวช้า ก้านใบสีเขียว เส้นกลางใบสีเขียวไม่มีร่อง ใบประดับรูปค่อนข้างป้อมมีความกว้างมาก ปลายมน ด้านบนสีแดงอมม่วงมันนวล ด้านล่างแดงเข้มสดใส ดอก ปลีสีแดงสด ก้านช่อดอกสีเขียว ไม่มีขน ผล ผลป้อมขนาดใหญ่มีเหลี่ยมเห็นชัดเจนลักษณะคล้ายกล้วยหักมุก แต่ปลายทู่
        ประโยชน์ของกล้วยตานี ผลดิบนำมาทำส้มตำ ผลสุกกินสด หยวก ปลี นำมาทำส้มตำ แกงใส่ไก่ ปลาผัดลาบ ใบแห้งต้มน้ำอาบรวมกับใบมะขามแก้ผดผื่นคัน ลูกดิบอ่อนฝานตากแดดบดกินแก้ท้องเสีย ยางใช้ห้ามเลือด กาบลำต้นใช้ทำเชือก ต้นใช้แกะสลักลวดลาย ใบห่อขนม ทำบายศรีต่าง ๆ




110 พุทรา
ชื่อพันธุ์ไม้ พุทรา
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-110/1
        พุทรา เป็นไม้ต้น สูง 5.5 เมตร เรือนยอดทรงกลมโปร่ง ลำต้น กิ่งก้านมีหนาม เปลือกต้นสีเทาเข้ม แตกเป็นเส้น ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมวงรี กว้าง 2-6 เซนติเมตร ยาว 3-8 เซนติเมตร ท้องใบจะมีขนสีน้ำตาลหรือขาว หลังใบสีเขียวเข้ม ดอก เป็นดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ กลีบดอกสีเขียวอ่อนหรือเหลืองอ่อนเล็กๆ มีกลิ่นเหม็นมาก ผล เป็นผลสด รูปทรงกลม หรือรูปกระสวย เมื่อสุกสีเหลือง กินได้ รสเปรี้ยวและฝาด
        ประโยชน์ของพุทรา ผลแห้งหรือใบ ใช้ปิ้งไฟก่อนชงน้ำดื่ม แก้ไอ เปลือก ต้น ใบ แก้อาการจุกเสียดผลดิบแก้ไข้ ผลสุกขับเสมหะ แก้ไอ เป็นยาระบาย และรับประทานเป็นผลไม้




111 แสยก
ชื่อพันธุ์ไม้ แสยก
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-111/2
        แสยก เป็นไม้พุ่ม สูง 0.8 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านเป็นกอแน่น ลำต้นอวบน้ำ หักงอไปมา รูปซิกแซก สีเขียว ผิวเรียบ มียางสีขาวข้น ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับในแนวระนาบ รูปไข่กว้าง 2.5-5 เซนติเมตร ยาว 3.5-7 เซนติเมตร โคนใบกลม มน หรือแหลม ปลายใบมนหรือแหลม ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเส้นใบเห็นไม่ชัด เนื้อใบหนาด้านล่างมีขนอ่อน ก้านใบยาว 2-7 มิลลิเมตร หูใบเป็นตุ่มกลม 2 ตุ่มอยู่ข้างโคน ก้านใบ ร่วงง่าย ต้นจะสลัดใบทิ้งหมดหรือเกือบหมดก่อนออกดอก ดอก สีแดงออกเป็นช่อตามลำต้น ที่ยอดและปลายกิ่งแขนงสั้นๆ ใกล้ปลายยอด ดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ก้านช่อยาว 3-20 มิลลิเมตร ช่อดอกยาว 1-2.5 เซนติเมตร ใบประดับด้านนอกมีขนสั้นปกคลุมหนาแน่น ก้านดอกไม่มีขน ดอกลักษณะคล้ายรองเท้า หรือ เรือมี 5 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น ชั้นในมี 3 กลีบ สั้นและแคบกว่าชั้นนอก มีขนละเอียด ที่ฐานด้านนอกมีต่อมน้ำหวานรูปกระทะคว่ำ 1 ต่อม ด้านในมีต่อม 2-4 ต่อม เรียงเป็นคู่ ที่ปลายมีแถบยาวหนึ่งแถบ อยู่ตรงช่องระหว่างกลีบใหญ่ชั้นนอกสองกลีบ ผล เป็นชนิดแห้งแล้วแตก
        ประโยชน์ของแสยก ใช้น้ำยางจากต้นกัดหูด โดยการนำน้ำยางสีขาวไปทาโดยตรงบนหัวหูด




112 มันสำปะหลัง
ชื่อพันธุ์ไม้ มันสำปะหลัง
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-112
        มันสำปะหลัง เป็นไม้พุ่ม สูง 1.6 เมตร เรือนยอดทรงร่มโปร่ง มีลำต้นตั้งตรง เป็นไม้เนื้อแข็งที่มี รากมันสำปะหลัง (หัวมันสำปะหลัง) ระบบรากเป็นแบบรากฝอย รากจะเกิดจากข้อของลำต้นที่ใช้ปลูกและขยายใหญ่เป็นหัว ดอกเป็นดอกช่อ ออกดอกเป็นช่อกระจะ โดยจะออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ช่อดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่บนต้นเดียวกัน แต่อยู่คนละตำแหน่ง ใบประดับเป็นรูปยาวแคบ ร่วงง่าย ในแต่ละช่อจะมีดอกย่อยจำนวนมาก ผล ผลเป็นแบบแคปซูล ผลมีลักษณะกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 เซนติเมตร เกลี้ยง และมีปีกแคบๆ ตามยาว ภายในผลจะมีเมล็ด 3 เมล็ด เมล็ด เมล็ดเป็นสีน้ำตาลลายดำ ลักษณะคล้ายเมล็ดละหุ่งแต่มีขนาดเล็กกว่า เมล็ดมีลักษณะรี ยาวประมาณ 12 มิลลิเมตร รอยของก้านออวุลที่เหลืออยู่มีลักษณะเป็นสันนูนขึ้นทางด้านหนึ่งของเมล็ด ส่วนด้านล่างของเมล็ดมีลักษณะคล้ายฟองน้ำ
        ประโยชน์ของมันสำปะหลัง รากหรือหัวมันสำปะหลัง เมื่อนำมาใช้ปรุงเป็นอาหาร จะสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ ใบอ่อน นำมาต้มให้สุกใช้รับประทาน ช่วยแก้โรคขาดวิตามินบี 1




113 ลิ้นกระบือ
ชื่อพันธุ์ไม้ ลิ้นกระบือ
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-113
        ลิ้นกระบือเป็นไม้พุ่ม สูง 1 เมตร เรือนยอดทรงกลมหนาทึบ ลำต้นเหนือดินตั้งตรงแตกเป็นกอ มียางขาว ใบ เป็นใบเดี่ยว มีทั้งเรียงตรงข้ามและเรียงสลับ รูปรี รูปไข่ หรือรูปไข่กลับ กว้าง 1.5-4 เซนติเมตร ยาว 4-12 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนสอบ ขอบจักฟันเลื่อย แผ่นใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีม่วงแดงหรือม่วงน้ำตาล เส้นแขนงใบข้างละ 7-12 เส้น ก้านใบยาว 0.5-1.5 เซนติเมตร ดอกแยกเพศ อยู่ต่างต้น ออกตามง่ามใบ ข้างใบ หรือปลายยอด ยาว 1-2 เซนติเมตร ช่อดอกเพศผู้มีดอกเล็กๆ จำนวนมาก โคนก้านดอกมีใบประดับเล็กๆ ก้านดอกสั้น กลีบเลี้ยง 3 กลีบ เล็กมาก เกสรเพศผู้เล็กมาก มี 3 อัน ช่อดอกเพศเมียสั้นกว่าช่อดอกเพศผู้และมีดอกเล็กๆ 3-6 ดอก ก้านดอกยาว 2-5 มิลลิเมตร โคนก้านดอกมีใบประดับเล็กๆ และมีต่อมเล็กๆ สีเหลือง กลีบเลี้ยงเล็ก มี 3 กลีบ รูปไข่ รังไข่เล็ก สีเขียวอมชมพู มี 3 ช่อง ก้านเกสรเพศเมียมี 3 อัน ผลเล็ก ค่อนข้างกลม มี 3 พู
        ประโยชน์ของลิ้นกระบือ ใบ ขับน้ำคาวปลาหลังคลอด ยางจากต้น ใช้เบื่อปลา




114 อินทนิลบก
ชื่อพันธุ์ไม้ อินทนิลบก
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-114
        อินทนิลบก เป็นไม้ต้น สูง 13 เมตร เรือนยอดทรงพุ่มกลม ทึบ เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเทา แตกเป็นเส้นใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเป็นคู่หรือเยื้องกันเล็กน้อย รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 6-18 เซนติเมตร ยาว 14-40 เซนติเมตร โคนใบมน ปลายใบมนหรือแหลม แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเกลี้ยง ก้านใบยาว 5-18 เซนติเมตร ดอก เป็นดอกช่อสีชมพูถึงม่วงแดง หรือซีดขาวออกเป็นช่อยาว 10-30 เซนติเมตร ดอกตูมเป็นรูปลูกข่าง ส่วนบนมีรอยบุ๋มตามยาว ดอกบานกว้าง 7-12 เซนติเมตร กลีบรองดอกรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 6 แฉก กลีบดอกมี 6 กลีบ รูปค่อนข้างกลม โคนกลีบสอบ เรียวเป็นก้าน เกสรผ้ำจนวนมาก เป็นกระจุกสีเหลืองอยู่กลางดอก ผล เป็นผลแห้งรูปไข่หรือป้อมรี ยาว 3-4 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกเป็น 5-6 แฉก เมล็ดขนาดเล็กสีน้ำตาล มีปีกบางโค้งทางด้านบนหนึ่ง
        ประโยชน์ของอินทนิลบก ปลูกเป็นไม้ประดับ เนื้อไม้ ใช้ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน เครื่องตบแต่งบ้าน เปลือก แก้ไข้ แก้ท้องเสีย ใบ ต้มหรือชงน้ำร้อนดื่ม แก้โรคเบาหวาน ขับปัสสาวะ เป็นยาลดความดัน เมล็ด แก้โรคเบาหวาน แก้นอนไม่หลับ แก่น ต้มดื่มแก้โรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้โรคเบาหวาน ราก แก้แผลในปาก ในคอ




115 ดอกรัก
ชื่อพันธุ์ไม้ ดอกรัก
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-115/1
        ดอกรัก เป็นไม้ต้น สูง 2 เมตร เรือนยอดทรงพุ่มกลมหนาทึบ ลำต้นมีเนื้อไม้ เปลือกต้นเป็นสีน้ำตาลอ่อนหรือสีเทาคล้ายขี้เถ้า แตกเป็นร่องตามยาว กิ่งจะไม่มีเนื้อไม้ ตามกิ่งอ่อนและยอด ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรีแกมขอบขนาน ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ส่วนขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาอวบน้ำ หลังใบและท้องใบมีขนสีขาวปกคลุม ดอกออกดอกเป็นช่อแบบซี่ร่ม โดยจะออกตามซอกใบใกล้ส่วนยอดหรือตามปลายกิ่ง แต่ละช่อมีดอกย่อยจำนวนมาก ดอกเป็นสีขาว สีม่วง หรือสีม่วงแดง (สีขาวอมม่วงก็มี) มีกลีบดอก 5 กลีบ กลีบดอกผิวเกลี้ยง แต่ละกลีบเป็นรูปรีถึงรูปใบหอก ปลายแหลมหรืออาจบิด ผล ออกผลเป็นฝักติดกันเป็นคู่ๆ ลักษณะของฝักเป็นรูปรีโค้ง ปลายฝักแหลมงอ
        ประโยชน์ของดอกรัก ดอก ใช้ร้อยมาลัย ยางจากต้นเป็นยาแก้อาการปวดหู ปวดฟัน ใส่แผลสดเป็นยาฆ่าเชื้อ รากใช้เป็นยาแก้ไข้ ช่วยขับเหงื่อ ช่วยทำให้อาเจียน




116 สนสามใบ
ชื่อพันธุ์ไม้ สนสามใบ
รหัสพรรณไม้ 7-33240-001-116
        สนสามใบ เป็นไม้ต้น สูง 25 เมตร เรือนยอดแตกออกเป็นพุ่มกลม ลำต้นตรง เปลือกต้นแตกล่อนเป็นสะเก็ดตื้นๆ รูปตาข่าย เปลือกต้นเป็นสีน้ำตาล ใบมีขนาดเล็กยาวเรียว ออกเป็นกระจุก กระจุกละ 3 ใบ ลักษณะเป็นรูปเข็ม เรียงสลับ มีความยาวประมาณ 10-25 เซนติเมตร ส่วนขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อยละเอียด ดอก ออกดอกเป็นช่อ ใกล้ๆ กับปลายกิ่ง ช่อหนึ่งยาวได้ประมาณ 2-4 เซนติเมตร ผลเป็นโคน มีลักษณะเป็นก้อนแข็ง โคนป้อมปลายสอบ มีขนาดกว้างประมาณ 5-8 เซนติเมตร ผลเมื่อแก่จะแยกออกเป็นกลีบแข็ง แต่บริเวณโคนกลีบยังคงติดอยู่กับแกนกลางของผล ภายในมีเมล็ดรูปรีมีครีบบางๆ ซึ่งยาวกว่าเมล็ดสี่เท่า ส่วนก้านผลยาวได้ประมาณ 0.5 เซนติเมตร
        ประโยชน์ของสนสามใบ ใบและเปลือกใช้ต้มกับน้ำเป็นยาแก้ผดผื่นคันตามผิวหนังตามร่างกาย ยางสน เป็นยาสมานแผล แก้ปวดเมื่อย เนื้อไม้ใช้ในการก่อสร้างได้ดี ทำเครื่องใช้ เช่น ตู้ โต๊ะ เตียง ฯลฯ เยื่อไม้มีคุณสมบัติเหมาะใช้ทำกระดาษ



หน้า | 1 | | 2 | | 3 | | 4 | | 5 | | 6 |